[Fic]Wife NC Pt.1

posted on 03 Jan 2011 14:18 by dekthingtong
ต่อ
"หึ..ร่านจริงๆเลยนะ กับอีแค่จูบเดียวก็ยอมนอนอ้าขาให้ชั้นแล้วหรือไง คุณเมีย”คำต่อว่านั้นทำเอาร่างบางหน้าชา ร่างบางส่ายหน้าปฎิเสธแต่เมื่อเสื้อนักเรียนถูกถกขึ้นไปถึงคอและร่างสูงเริ่มละเลงลิ้นเล่นกับตุ่มไตสีชมพูอ่อนแล้วก็แทบจะไร้เรี่ยวแรงต่อต้านคำพูดนั้นน้ำตาสีใสไหลรินลงอาบแก้มนวลด้วยความเจ็บปวด นึกตัดพ้อต่อว่าตัวเองในใจที่ต้องยอมจำนนทอดร่างให้เขากระทำย่ำยีอย่างไร้ศักศรีดิ์เช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะร่างกายมันเคยชินกับสัมผัสเร่าร้อนของผู้ชายคนนี้แล้วกระมัง ถึงได้ยอมโอนอ่อนให้แก่คิมคิบอมอยู่เรื่อยไป

เป็นแบบนี้มานานนับสองปีแล้ว..

 

อะ..อ๊า”

 

 “อื้มมม..จะโดนกี่ครั้งนายก็ทำเหมือนมันเป็นครั้งแรกของนายมันเสียทุกครั้ง จะเสแสร้งไร้เดียงสาไปถึงเมื่อไหร่กัน หืม คุณหนูตระกูลอี”ต่อว่าอีกฝ่ายไปเรื่อยๆในขณะที่มือก็ยังคงลูบไล้ไปที่ผิวเนียนนุ่มมือด้วยความหลงใหล

นิ้วเรียวเลื่อนลงไปรูดซิปถอดกางก่งนักเรียนของอีกฝ่ายออกด้วยความเคยชิน เผยให้เห็นกางเกงชั้นในสีขาวสะอาดที่คุมขังส่วนสำคัญของร่างบางอยู่ ยิ่งเห็นส่วนกลางลำตัวของทงเฮเริ่มตื่นตัวแทบจะทะลุเนื้อผ้าออกมาแล้วก็หัวเราะออกมาด้วยความพึงพอใจ

“ปากบอกไม่ แต่ร่างกายนายมันอยากจะให้ชั้นเข้าไปจะแย่อยู่แล้วนะ”

 “อะ..อึก”

“วันนี้คงไม่ต้องเปิดทางอะไรให้มากมายแล้วมั้ง ในเมื่อนายดิ้นเร่าอยากจะให้ชั้น เอา จะตายอยู่แล้วนี่”คำพูดป่าเถื่อนนั้นทำเอาทงเฮแทบจะดิ้นตายเสียตรงนั้น เขาไม่เคยยินดีเลยสักครั้งเมื่อได้ยินคิบอมพูดจาไปในทำนองนี้ แต่ที่ต้องทนฟังเพราะไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้นอกจากหลับตาลงและยอมให้อีกฝ่ายทำอะไรตามที่ต้องการ และเมื่อทุกอย่างจบสิ้น เขาก็จะได้อิสระคืนมา

ปราการด่านสุดท้ายถูกดึงออกในทันทีที่สิ้นคำพูด ร่างของทงเฮเปลือยเปล่าอวดผิวสีขาวสะอาดให้อีกฝ่ายได้ยลเต็มตาหากทว่าคิบอมกลับปลดแค่กางเกงนอนของตัวเองลงเท่านั้น

ร่างสูงไล่มองเรือนร่างยั่วยวนของอีกฝ่ายด้วยความหลงใหล สายตาคู่คมตวัดมองใบหน้าหวานที่เคลือบไปด้วยหยาดน้ำตาแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะจัดการก้มลงแตะปลายลิ้นชื้นไปที่แกนกายสีสวยของอีกฝ่ายเบาๆเป็นการหยอกล้อ

“อ๊ะ”เสียงหวานๆร้องลั่นเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสหวามที่แท่งร้อนของตัวเอง รู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าส่วนนั้นของตนกำลังขยายตัวพองขึ้นกว่าเดิมด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกจุด

เสียงของลิ้นที่กระทบกับท่อนเนื้อนั้นดังลั่นไปทั่วห้อง ปะปนไปกับเสียงครางหวานๆของคุณหนูบ้านข้างๆ แต่ทงเฮกลับไม่สามารถหยุดยั้งเสียงครางของตนเอาไว้ได้อีกต่อไปเพราะอารมณ์รักกำลังพุ่งขึ้นไปจนยากที่จะหักห้าม

“หึ พองขนาดนี้..ยังจะกล้าบอกให้หยุดหรือเปล่าล่ะ”

“อา..คิบอม”

“เรียกสิ เรียกชื่อผัวของนายเยอะๆ เอาให้มันจารึกลงไปเลยว่านายมีผัวคนเดียวชื่อคิมคิบอม”ว่าออกไปอย่างอารมณ์ดีก่อนจะจัดการจับแยกเรียวขาขาวของอีกคนออกจากกัน เผยให้เห็นช่องทางสีสดที่เต้นตุบรอให้เขาชำแรกกายเข้าไป

ในเมื่อบอกเอาไว้แล้วว่าจะไม่ช่วยเบิกทางให้ คิบอมก็ทำแบบนั้นจริงๆ มือเรียวจับเข้าไปแกนกายของตัวเองก่อนจะค่อยๆขยับกายเข้าไปใกล้แล้วจัดการสอดแทรกส่วนสำคัญของตัวเองเข้าไปในช่องทางรักของทงเฮจนสุดในคราวเดียวโดยไม่ได้บอกกล่าวเจ้าของร่างก่อนล่วงหน้า เรียกเสียงหวีดร้องลั่นจากร่างบางได้ในทันที             

“อ๊า..จะ..เจ็บ”น้ำตาที่หยุดไหลไปได้สักพักแล้วกลับมาไหลอาบแก้อีกครั้งด้วยความเจ็บปวด ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกกระทำแต่ก็ยากที่จะร่วมรักโดยไร้ซึ่งการเบิกทางแบบนี้

แต่คิบอมกลับไม่สงสารหรือคิดจะสนใจใยดี เพียงแต่กระตุกยิ้มเย็นๆที่มุมปากแล้วกระแทกการสวนเข้าไปอีกครั้ง ราวกับกำลังกระทำเรื่องเช่นนี้กับตุ๊กตายางที่ไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่จำเป็นต้องเห็นอกเห็นใจยอมโอนอ่อนให้เหมือนอย่างที่ทำกับหญิงสาวคนอื่นๆ

 “เจ็บเหรอ..”

“อึก..”

“ถ้าเจ็บก็ทนต่อไปก่อนแล้วกัน ถ้าชินแล้วเดี๋ยวก็สนุกเองนั่นแหละ”คำพูดที่ดูใจร้ายใจดำนั้นทำให้ทงเฮแทบจะหยุดหายใจ มือคู่เล็กกำผ้านวมเอาไว้แน่นเพื่อระบายความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรียวปากอิ่มเม้มแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางเอาไว้ แต่อีกคนก็ตามกลั่นแกล้มไม่หยุดหย่อน เมื่อคิบอมกระแทกกายเข้ามาจนสุดทิ้งระยะเอาไว้เพียงครู่แล้วกระแทกกลับเข้ามาอีกครั้ง ก็ทำให้ร่างบางต้องหลุดรอดเสียงครางหวานออกมาให้ได้ยินจนได้

การกระทำหยาบโลนของคนด้านบน ถึงแม้จะทำให้รู้สึกเจ็บแต่ร่างบางก็มิอาจปฏิเสธได้ว่ามันก็ได้สร้างความสุขให้แก่ร่างกายของเขาด้วยเช่นกัน

เรือนกายบอบบางขยับขึ้นลงเป็นจังหวะรับกับจังกวะการสอดใส่ของอีกฝ่าย ทงเฮทำได้แค่เพียงปล่อยตัวปล่อยใจให้ดำเนินตามรสรักที่คิบอมเป็นผู้กำหนดโดยไร้ซึ่งปากเสียงใดๆเท่านั้น

ขอเพียงแค่ให้บทรักดำเนินต่อไปจนจบ แล้วเขาก็จะได้ออกไปจากบ้านที่มีคนน่าชังคนนี้อยู่เสียที

 “อะ..อ๊า”ร่างบางร้องลั่นเมื่อแกนกายของอีกฝ่ายกระทบเข้าที่จุดไวต่อสัมผัสด้านในเข้าพอดี คิบอมขยับกายถี่ยิบ กระตุ้นให้ทงเฮอยากปลดปล่อย จนสุดท้ายร่างบางก็ปล่อยสายธารแห่งความสุขออกมาก่อนเป็นคนแรก

 “อึก..อา..ออกไวจังนะ..”ร้องบอกออกไปเพียงแค่นั้นก็กระแทกกายเข้าไปแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงตามลำดับ นัยน์ตาคู่คมก้มลงจ้องมองคนที่นอนหลับตาพริ้มกัดฟันแน่นด้านล่างตนด้วยความพึงพอใจและสุดท้ายก็ปลดปล่อยหยาดน้ำสีขุ่นเข้าไปภายในด้วยความสุขล้น

“อ๊า..งงง”

“อา..นายนี่สุดยอดจริงๆว่ะ ทงเฮ”ว่าออกไปแบบนั้นในขณะที่ฟุบกายลงนอนทาบทับร่างของเพื่อนตั้งแต่เด็กอย่างหมดสภาพ ทงเฮขยับตัวคล้ายจะบอกให้เขาถอนกายออกไป แต่กลับถูกยื้อเอาไว้ให้ต้องหันหน้ามาสบตากันตรงๆ

 

อ่านต่อที่..http://writer.dek-d.com/dekthingtong/writer/viewlongc.php?id=677075&chapter=2

[Fic]Lust (Hanchul) Part48 เลิก

posted on 20 Jan 2010 20:55 by dekthingtong

 

(ต่อ)

 

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ"ตอบกลับเสียงเเผ่วทั้งๆที่ยังแนบริมฝีปากกันอยู่อย่างนั้น ผิวเนื้อนิ่มสัมผัสกันไปมาเพราะร่างสูงเอ่ยปากพูด เเละเมื่อพูดจบก็จัดการกดน้ำหนักลงที่ริมฝีปากอย่างเเนบเเน่นจนซองมินไม่ทันตั้งตัว

มือใหญ่เริ่มซน ก่ายสะเปะสะปะไปทั่วร่างของคนตัวเล็กที่นอนอยู่ด้านล่าง ยิ่งสัมผัสเนื้อนุ่มของคนรักมากเท่าไหร่ความรู้สึกต้องการก็มีมากขึ้นเท่านั้น

ลิ้นร้อนเริ่มดุนดันเข้าไปในเรียวปากอิ่มเเละสัมผัสแผ่วเบากับก้อนเนื้อลุ่มชื่นที่อยู่ภายใน ซองมินค่อยๆส่งลิ้นสัมผัสแนบแน่นและเริ่มดุนดันต่อสู่กันอยู่ภายใน ในขณะที่เสื้อตัวเก่งได้ถูกปลดไปจนเหลือเพียงแผ่นอกเปลือยเปล่าไว้ให้อีกคนได้ยล

คยูฮยอนจัดการปลดปราการด้านล่างของตัวเล็กออกอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ติดขัด ก่อนจะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง ริมฝีปากของทั้งสองแยกออกจากกันอย่างน่าเสียดายเมื่อร่างสูงจำต้องละออกมาจัดการกับอาภรของตัวเอง และเมื่อทั้งคู่ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่แล้วมือหนาก็เริ่มเลื่อนลงไปจนสัมผัสกับส่วนสำคัญของคนตัวเล็ก

"อะ..คยูกี้..ตะ..ตรงนั้น"ซองมินร้องลั่นทันทีที่มือของอีกฝ่ายจับเข้าที่ส่วนหวงห้ามของตัวเอง ความรู้สึกกระดากอายเกิดขึ้นในทันทีเมื่อตั้งสติได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่และจะทำต่อไปอีกมากแค่ไหน มือเล็กๆเริ่มผลักที่ไหล่ของอีกคนพร้อมกับหุบขาเเนบชิดกันจนคยูฮยอนต้องรีบกล่อม

"ไม่เจ็บหรอกนะมินมิน เชื่อสิ ชั้นจะไม่ทำให้เจ็บนะ"

"แต่.."ซองมินอ้าปากค้างเมื่อเห็นแววตาจริงใจของคยูฮยอน เรียวปากอิ่มแม่มแน่นอย่างชั่งใจ เพราะคำพูดเพียงคำเดียวก็อาจจะทำให้ตัวเองสูบเสียสิ่งที่มีมาตลอดชีวิตห้กับอีกคนได้ง่ายๆ แต่อีกคำตอบก็อาจจะทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิตเหมือนกัน

"เชื่อใจกันนะ"ยิ่งมีคำพูดหวานๆมาช่วยโน้มน้าวก็ยิ่งใจอ่อนลงอย่างง่ายดาย ร่างบางไม่ตอบอะไรกลับไปเพียงเเค่อ้าขาออกเพียงเล็กน้อยร่างสูงก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะหอมเข้าไปที่แก้มนุ่มฟอดใหญ่ก่อนจะจัดการกับส่วนนั้นของคนตัวเล็กต่อ

"อึก..อื้มม"มือเล็กๆเลื่อนขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้เมื่อมือของอีกใายทำหน้าที่รูดรั้งแกนกายของตนขึ้นลงเป็นจังหวะ ตามจริงเขาเองก็เคยช่วยตัวเองจนสำเร็จความใคร่อยู่บ่อยๆแต่เพิ่งจะมีครั้งนี้นี่แหละที่ถูกคนอื่นช่วย และคนที่ว่าก็เป็นผู้ชายเสียอีก

"อย่าปิดปากสิ ชั้นอยากได้ยินเสียงนาย"มือที่ว่างอยู่เอื้อมไปดึงมือของซองมินให้ออกมาจากริมฝีปาก ซึ่งร่างเล้กก็ครางลั่นเมื่อไม่มีอะไรมากั้นเสียงตัวเองเอาไว้

"อ๊า.มะ..มันเสียว"

"ฮ่าๆ มีให้เสียวกว่านี้อีกนะ"คยูฮยอนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะละมือออกและห้มลงดันลิ้นเข้าไปเลียที่แกนกายแทนนิ้วเสียเอง และเมื่อส่วนสำคัญเริ่มสู้มือก็จัดการครอบปากลงไปและรูดรั้งขึ้นลงถี่ๆ

"อ๊าาาา..งงงงง คะ..คยูกี้"

"อึก..อื้มม"เสียงทุ้มต่ำครางรับในลำคอ พร้อมกับจัดการดุนลิ้นหนักๆเข้าไปที่ส่วนปลายจนตัวเล็กๆปลดปล่อยออกมาในที่สุด น้ำเชื่อมรสฝาดไหลเข้าสู่ลำคอของคยูฮยอนจนหมด และไหลลงมาเปรอะเปื้อนปากดไปหมดเมื่อร่างสูงละริมฝีปากออกมาแล้ว

"หวานจริงๆเลยนะ แฟนใครเนี่ย"เอ่ยเสียงหวานก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นไปประกบริมฝีปากกับอีกคนด้วยความรักเพื่อให้วองมิได้รับรู้รสชาติของตัวเองด้วย ลิ้นเล็กๆเลียไล้รอบริมฝีปาก ดูดกลืนคราวความรักที่ออกมาจากตัวเองออกไปจนหมดก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความอาย

"ต่อไปก็..ตาชั้นบ้างนะ"เมื่อสิ้นคำพูดก็ตั้งท่าจะจัเดการกินคตัวเล้กต่อ แต่ก็หน้าหงิกทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นหน้าบ้าน

 

อ่านต่อที่ http://writer.dek-d.com/dekthingtong/writer/viewlongc.php?id=506184&chapter=69

 


หลังจากที่เล่นน้ำจนเพลิน พอเริ่มเหนื่อยทั้งดงแฮและคิบอมก็ละออกจากกิจกรรมที่ทำอยู่ที่นั่งที่ริมชายหาดแทน ร่างบางเป็นคนเดินนำไปนั่งก่อนพร้อมกับจ้องมองไปยังท้องทะเลตรงหน้าเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะไม่สนทนาใดๆกับคิบอมเพราะเมื่อครู่ที่เผลอเล่นน้ำด้วยกันตั้งนานเขาไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิด เผลอส่งยิ้มให้คิบอมไปตั้งหลายครั้ง เผลอใจสั่นไปหลายหน กลัว..กลัวว่าคิบอมจะรู้เหลือเกินว่าใจดวงนี้คิดอะไรอยู่


คิบอมเดินตามมานั่งข้างๆอย่างเงียบๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยเเต่เขารู้อยู่แก่ใจว่าที่ดงแฮมาวันนี้เพื่อคุยกับฮันกยองให้รู้เรื่องซึ่งเขาไม่ควรทำอะไรที่จะทำให้ใจของตัวเองหวั่นไหวไปมากกว่านี้เพราะในตอนนี้..ดงแฮคงไม่รักคนที่ชื่อคิบอมเเม้เเต่น้อยกระมัง


"จะกลับที่พักหรือยัง"คำถามสั้นๆที่ดังขึ้นเเหวกความเงียบทำให้ดงแฮต้องหันไปมองใบหน้าหล่อของคนข้างๆก่อนที่จะเม้มปากเบาๆอย่างชั่งใจและถามออกมาสั้นๆ


"จะนอนที่ไหนล่ะ"


"ก็บ้านพักไง ถามอะไรโง่ๆ"ทันทีที่คิบอมพูดจบดงแฮก็แหวลั่นอย่างงอนๆ


"นี่นายหาว่าชั้นโง่เหรอ"


"ถ้านายยังหูดีอยู่ก็ใช่"คิบอมลอยหน้าลอยตาตอบก่อนที่จะลุกขึ้นและปัดเศษเม็ดทรายที่เกาะตามเเขนเเละขาออกพร้อมกับวางมือลงไปบนกลุ่มผมนุ่มของคนที่นั่งอยู่เบาๆและออกแรงขยี้ให้มันไม่เป็นทรง


"แล้วนายมายุ่งอะไรกับผมชั้นเนี่ย"ดงแฮนิ่วหน้าถามออกไปก่อนที่จะยกมือขึ้นไปปัดมือหนาออก แต่มือกาวอย่างคิบอมกลับยังคงขยี้มันต่อไปอย่างมันส์มือพร้อมตอบกวนๆ


"ปัดรังเเคให้ไง นายน่าจะขอบคุณชั้นนะ"


"คิมคิบอม!!"ร่างบางตวาดลั่นอย่างเหลืออด แต่มันก็ไม่ได้จริงจังนักเพราะรอยยิ้มหวานที่ผุดขึ้นบนใบหน้าสวย ร่างเล็กๆลุกขึ้นจนเต็มความสูงก่อนที่จะเขย่งตัวขึ้นและขยี้ผมของคิบอมบ้างซึ่งร่างสูงก็หัวเราะออกมาในความพยายามนั้น แต่ยังไม่ทันแก้เเค้นคิบอมได้นานเท่าที่ตนพอใจร่างทั้งร่างก็ถูกอุ้มขึ้นโดยน้ำมือของหนุ่มแก้มป่องเสียก่อนและก่อนที่จะตั้งตัวได้ว่าตนจะโดนอะไร ร่างทั้งร่างของดงแฮก็ลอยไปตกในน้ำทะเลตื้นๆที่เพิ่งเดินจากมาเมื่อครู่เสียเเล้ว


"อ๊ากกกก คิบอม"


"เรียกชื่อชั้นทำไม ชั้นรู้น่าว่าตัวเองชื่ออะไร"คิบอมตะโกนกลับไปพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างกวนๆ ดงแฮหลับหูหลับตาตะกายน้ำไปมาก่อนที่จะจัดการเช็ดน้ำทะเลที่เข้าตาตนเองออกและลืมตาขึ้นจ้องหน้าคนที่สูงกว่าอย่างเอาเรื่อง


"นายกวนชั้นอีกแล้วนะ"ว่าเข้าให้พร้อมทำแก้มป่องซึ่งท่าทีนั้นเเทนที่จะทำให้คิบอมกลัวแต่มันกลับแลดูน่ารักเหลือเกิน จนใจของร่างสูงเต้นรัวและถี่เกินกว่าจะคำนวณได้ คิบอมมองสภาพของดงแฮอย่างขำๆแต่เมื่อสังเกตุเห็นว่าเสื้อของคนเปียกนั้นบางแค่ไหนก็รีบหันหน้าหนีไปในทันที
เขาลืมนึกไปได้อย่างไรกันว่าดงแฮใส่เสื้อสีขาวและบางขนาดไหน..


"ชั้นเปียกหมดเเล้วเนี่ยเห็นมั้ย แล้วจะเอาชุดที่ไหนมาเปลี่ยนล่ะ นายก็ไม่ได้บอกว่าจะมาค้างด้วยอะ"ดงแฮยังคงบ่นต่อไปโดยไม่ได้สังเกตุเลยว่าคิบอมหน้าเเดงขนาดไหน ร่างสูงหันหน้ากลับมาที่จุดเดิมพร้อมกับมองไปที่เรือนร่างของดงแฮด้วยความหลงใหล เมื่อครู่เขาพยายามอย่างที่สุดแล้วที่จะไม่มองดงแฮแต่ในตอนนี้มันห้ามไม่ไหวจริงๆ เพราะดงแฮช่างสวยเหลือเกิน


"นายก็เอาเสื้อผ้าชั้นไปเปลี่ยนก่อนสิ ชั้นไม่เคยเอากลับไปหรอกเวลามาค้างที่นี่น่ะ"ดงแฮยู่หน้าใส่ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ แต่เมื่อยืนนิ่งอยู่สักพักก็ต้องตัวชาด้วยความอายเมื่อเห็นสายตาจาบจ้วงของคนตรงหน้าที่มองมาทางร่างกายตน มือเรียวรีบวักน้ำทะเลสาดใส่คนจอมลามกโดยทันทีพร้อมร้องลั่น


"มองอะไรเนี่ย ห๊ะ"


"อะไรของนายเนี่ย ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"คิบอมพูดกลับไปก่อนที่จะวิ่งหนีร่างเล็กที่วิ่งมาทางตน


"เห็นอยู่ตำตายังจะมาแก้ตัวอีก"ดงแฮร้องลั่นพร้อมกับวิ่งตามไปพร้อมเสียงหัวเราะที่ออกมาจากปากของคิบอม ดงแฮหน้าแดงก่ำพร้อมตะโกนด่าคิบอมลั่นหาด ในใจก็หนึกหวั่นไหวเพราะคิบอมในตอนนี้กับเมื่อก่อนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อก่อนคิบอมของดงแฮจะเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน ไม่ว่าเขาจะขออะไรคิบอมจะตอบรับอย่างสุภาพและยอมทำตามเสมอและไม่เคยคิดจะขัดหากเขาอยากทำอะไรแต่คิบอมในวันนี้กลับเอาแต่กวนประสาทและไม่ยอมรับฟังคำพูดใดๆจากปากดงแฮเลยเเม้เเต่น้อยซ้ำร้ายยังแกล้งกันได้ทุกวิถีทางเสียอีก
เฮ้อ..งั้นผมจะคิดเสียว่าวันนี้ผมได้เรียนรู้นิสัยอีกแบบของเขาก็แล้วกันนะ..

 

 

 

ดงแฮทรุดตัวลงนั่งบนเตียงทั้งๆที่ยังเปียกชุ่มไปทั้งตัว แต่เพราะอยากนั่งพักจริงๆจึงต้องยอมให้เตียงเปียกอย่างช่วยไม่ได้ ตาคู่สวยก็จ้องคิบอมไปด้วยพร้อมออกปากไล่


"จะไปได้หรือยัง เดี๋ยวชั้นจะอาบน้ำแล้ว"


"ชั้นจะนอนที่นี่"คิบอมตอบกลับเสียงห้วน พร้อมกับดงแฮที่ทำตาโตด้วยความตกใจ


"เฮ้ย ได้ไงอะ ชั้นไม่ให้นายนอนที่นี่"ดงแฮออกปากไล่อีกครั้งพร้อมลุกขึ้นยืนเเละดันร่างของคิบอมให้ออกห่าง แต่ร่างสูงกลับยืนนิ่งพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ


"ใช่ว่าชั้นจะอยากนอนกับนายเสียเมื่อไหร่ แต่นี่มันก็เย็นมากแล้วนะดงแฮ แม่บ้านที่นี่ทำความสะอาดห้องให้ทันก็แค่ห้องเดียวนี่แหละ"คิบอมร่ายออกมายาวๆด้วยความเหนื่อยเพราะตนก็รู้สึกเพลียไปไม่น้อยกว่าอีกคน ไหนจะถูกวิ่งไล่และจิกตีอีก พลังงานที่มีย่อมเสียไปไม่น้อยทีเดียว


"...."ดงแฮยืนนิ่งก่อนที่ถอนใจออกมาเเละเดินกลับไปนั่งที่เดิมและนั่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยถามออกมาเบาๆ


"แล้วนายจะให้ชั้นใส่เสื้อผ้าที่ไหนล่ะ"


"ห้องนี้ชั้นไม่เคยมานอนด้วยสิ รู้สึกว่าจะมีแต่คุณฮันกยองที่เปิดห้องนี้ใช้อยู่ครั้งสองครั้งน่ะ เดี๋ยวชั้นลองหาชุดเจ้านายให้ก็แล้วกัน"คิบอมพูดออกมายาวๆอีกครั้งก่อนที่จะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเเละค้นเสื้อผ้าที่คิดว่าดงแฮน่าจะใส่ได้ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อค้นไปสักพัก ด้านในสุดของตู้กลับมีแต่เสื้อผ้าตัวที่น่าจะพอดีกับดงเเฮอยู่ไม่น้อยทีเดียว
แล้วเจ้านายของเขาจะมีเสื้อไซส์นี้ได้อย่างไรกัน?


"แปลก.."ทั้งๆที่คิบอมพูดขึ้นเบาๆแต่ดงแฮที่ได้ยินคำพูดนั้นก็แทรกถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


"แปลกอะไร"


"ทำไมมีเสื้อผ้าไซส์ขนาดนี้อยู่ในตู้ได้ก็ไม่รู้"คิบอมตอบกลับไปพร้อมหยิบเสื้อสีผ้าอ่อนซึ่งเป็นสีที่เจ้านายของเขาย่อมไม่ใส่อย่างแน่นอนขึ้นมาชูให้ดู ซึ่งทันทีที่ดงแฮได้เห็นเสื้อตัวนั้นก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี ยิ่งทำให้คิบอมสงสัยหนักเข้าไปใหญ่


"เป็นอะไรไป"


"ปะ..เปล่า ไหน ขอชั้นดูหน่อยสิ"มือเรียวยื่นออกไปข้างหน้าพร้อมกับเสื้อตัวเล็กๆที่ลอยมาตกลงบนมืออย่างพอดิบพอดี ดงแฮไล่มองตั้งเเต่ปกเสื้อลามมาจนถึงชายเสื้อด้านล่างพร้อมกับน้ำสีใสที่คลออยู่เต็มสองตา ความทรงจำเมื่อครั้งที่เคยมาเที่ยวที่เกาะเเห่งนี้กับฮันกยองเพียงสองคนเเว่บขึ้นมาในหัวพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ล้นอยู่เต็มอก

 

 

 

"ดงแฮ เสร็จหรือยังครับ"ฮันกยองร้องเรียกร่างเล็กที่รีบจัดกระเป๋าอยู่ภายในห้อง ดงแฮรีบยัดเสื้อผ้ามากมายลงในกระเป๋าพร้อมกับตะโกนออกไปด้านนอก


"ยังจัดกระเป๋าไม่เสร็จเลยอะเกิง รออีกนิดนึงได้มั้ย"


"อ่า ชั้นมีงานต้องทำต่อนี่สิ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ดงแฮก็ทิ้งเสื้อผ้าที่เหลือไว้ที่นี่ก็แล้วกัน วันหลังเวลามาที่นี่จะได้ไม่ต้องจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้เสียเวลา มาเปิดตู้หยิบเสื้อไปใส่ได้เลย ดีมั้ย"ร่างสูงถามยิ้มๆพร้อมกับเดินมาหยิบเสื้อผ้าที่กองๆอยู่ในกระเป๋าออกไปส่วนหนึ่งโดยไม่รอคำตอบจากปากบางเลยแม้แต่น้อยเพราะรู้ว่าดงแฮไม่มีทางขัดเขาอยู่แล้ว


"จริงเหรอเกิง เราจะได้กลับมาที่นี่กันอีกใช่มั้ย"ดงแฮถามเสียงใสดวงตาคู่สวยเป็นประกายเมื่อรู้ว่าจะได้กลับมายังสถานที่ที่สวยงามแห่งนี้อีก ฮันกยองพยักหน้ารับพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความพึงพอใจที่เห็นคนรักมีความสุขขนาดนี้


"อ๊า รักเกิงที่สุดเลยอะ"พูดจบก็ลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับเดินมากอดคนรักไว้เเน่น โดยในตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่วันให้หลังความรักของทั้งคู่ต้องจบลงอย่างน่าเสียดายเพียงไหน..

 

 

 

 


เมื่อนึกย้อนกลับไปก็ตื้นตันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ตั้งเเต่ที่เขาทิ้งฮันกยองไปจวบจนถึงวันนี้ดงแฮคิดมาตลอดว่าชายหนุ่มคงเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปเผาทิ้งหมดเเล้ว แต่ไม่เลย..มันยังคงอยู่ที่เดิม อยู่ภายในตู้เสื้อผ้าด้านในสุดเพราะเขายัดมันเอาไว้ด้วยความเร่งรีบในวันนั้น..


"ดงแฮ..เป็นอะไรไปน่ะ"คิบอมถามขึ้นเบาๆพร้อมกับเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางที่นั่งก้มหน้านิ่งมองชิ้นผ้าในมือทั้งน้ำตา มือหนาวางลงที่ไหล่มนพร้อมกับจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความสงสัย


"ปละ..เปล่าหรอก ชั้นไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันนะ"ดงแฮเงยหน้าขึ้นพร้อมยิ้มออกมาอย่างฝืนๆก่อนที่จะลุกขึ้นเต็มความสูงเเละเดินไปรื้อกางเกงขาสั้นที่น่าจะยังอยู่ในตู้เสื้อผ้าออกมาพร้อมกับเดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้คิบอมยืนนิ่งจ้องมองแผ่นหลังบางที่หายเข้าไปในห้องน้ำด้วยความสงสัย
มันยังมีอะไรบางอย่างที่ผมยังไม่รู้อีกใช่ไหม?

 

 

 


"ง่วงเเล้วหรือไง ยังไม่ค่ำเลยนะ"ฮันกยองเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างๆฮีชอลที่นอนเหม่ออยู่บนเตียง ร่างบางส่ายหน้าช้าๆเป็นคำตอบก่อนที่จะพูดขึ้นเบาๆ


"ไม่ง่วง แต่เพลีย"


"เพลียอะไร วันนี้ชั้นยังไม่เห็นนายจะไปวิ่งเล่นให้เสียเหงื่อที่ไหนเลยนี่"ชายหนุ่มแกล้งหยอกพร้อมกับก้มหน้าลงหอมที่แก้มใสเพื่อเรียกสีหน้างอนๆจากฮีชอลซึ่งมันก็เป็นไปตามคาดเมื่อร่างบางยู่ปากใส่อย่างงอนๆและตอบกลับเสียงเข้ม


"แล้วที่นายลากชั้นเข้าห้องน้ำไปเมื่อตอนบ่ายนั่นไม่ทำให้ชั้นเพลียเลยใช่มั้ย"ไม่พูดเปล่าเเต่มือบางกลับยกขึ้นตีเข้าไปที่ไหล่กว้างอย่างเหลืออดและทั้งๆที่มันไม่ได้เจ็บอะไรมากมายแต่ร่างสูงกลับเเสดงท่าทางออกมาราวกับว่ามันสร้างความเจ็บปวดให้อย่างมากมายยิ่งทำให้ฮีชอลหมั่นไส้มากขึ้นไปอีก


"โอ้ย มันเจ็บนะเนี่ย เดี๋ยวชั้นก็ช้ำหมดหรอก"


"ชั้นจะนอนแล้ว กรุณาอย่ารบกวน"ฮีชอลตะโกนส่งเสียงดังใส่เพราะรู้ว่าพูดอะไรออกไปมันก็ไม่ทำให้ฮันกยองสะทกสะท้านอะไรอยู่ดี ความรู้สึกในตอนนี้ราวกับตนเป็นนักโทษที่ถูกคุมขัง อาจจะได้ออกมาข้างนอกแต่ก็เหมือนคนต้องโทษที่ถูกเปลี่ยนที่คุมขังก็เท่านั้นเอง
มันจะมีประโยชน์อะไรที่ได้มาทะเล..แต่ตัวของผมกลับถูกกักขังให้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆแบบนี้..


"ไม่พอใจอะไรก็บอกมาตรงๆสิ ไม่พูดออกมาเเล้วชั้นจะรู้มั้ย"ฮันกยองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับดึงเเขนเล็กๆให้ลุกขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่อง ฮีชอลอิดออดไม่ยอมลุกอยู่สักพักแต่เมื่อชายหนุ่มออกแรงดึงมากกว่าเดิมก็จำต้องลุกขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียงเเต่โดยดี


"อะไรๆนายก็เอาแต่ใจตลอดอะ ชั้นจะไปเดินเล่นนายก็ไม่ให้ไป แล้วนี่ชั้นจะนอนนายก็ยังให้ชั้นลุกขึ้นมาอีก นายคิดจะให้ชั้นได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างหรือเปล่า ฮันกยอง"ฮีชอลระบายความรู้สึกออกมาอย่างเหลืออด จริงอยู่ที่เขาตอบรับสัมผัสจากฮันกยองแทบทุกครั้งที่ชายหนุ่มต้องการ แต่ความปรารถนาลึกๆนั้นก็คือการได้เดินเล่นริมชายหาดของที่นี่มากกว่า


"แล้วตอนนี้นายอยากทำอะไรล่ะ นอนหรือว่าเดินเล่น"ฮันกยองถามเสียงเรียบ พยายามห้ามตัวเองไม่ให้อารมณ์เสียเพราะหากเขาได้เผลอตวาดใส่ฮีชอลไปแล้วคงทำให้ร่างบางรู้สึกแย่พอสมควร

 
"...."


"ถ้านายไม่ตอบชั้นจะตัดสินใจแทนนายอีกครั้งนะ"ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มพร้อมกับรอคอยคำตอบจากปากฮีชอล แต่เมื่อรอจนผ่านไปเกือนนาทียังไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกจากปากอิ่มจึงตัดสินใจแทนร่างบางอีกครั้งตามที่พูด


"งั้นไปเดินเล่นกัน"

 


ทั้งๆที่ตั้งใจจะออกมารับอากาศบริสุทธิ์ยามเย็นเสียหน่อยเเต่มันก็เข้าอีหรอบเดิมอีกจนได้เพราะกว่าจะออกมาจากบ้านพักได้ก็เริ่มค่ำเเล้ว ลมทะเลเริ่มพัดเข้ามาแรงขึ้นเรื่อยๆไม่ต่างจากเมื่อวานเเม้เเต่น้อย ร่างบางที่อุตส่าห์หลงดีใจว่าจะได้เดินเล่นที่ริมหาดสักครั้งก็อดที่จะหันไปค้อนใส่คนข้างตัวไม่ได้


"มองชั้นเเบบนั้นทำไมน่ะ ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะเป็นแบบนี้"ฮันกยองเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับเดินนำไปเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะคารมยามเย็น ฮีชอลที่อ้าปากเตรียมจะต่อว่าจึงจำต้องหุบปากและเดินตามไปอย่างเงียบๆอย่างเสียมิได้


"หนาวหรือเปล่า"เดินนำไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็หยุดนิ่งพร้อมเอ่ยถามขึ้นเสียดื้อๆ ฮีชอลจ้องหน้าฮันกยองด้วยความไม่เข้าใจก่อนที่จะส่ายหัวช้าๆเป็นคำตอบ


"ไม่อะ ยังน้อยกว่าเมื่อวาน"


"ก็ดีแล้ว อย่าเเข็งตายซะก่อนล่ะเพราะยิ่งดึกมันจะยิ่งหนาว"ฮันกยองเอ่ยเตือนเสียงเรียบพร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและเดินนำไปอีกครั้งทำให้คนที่ถูกทิ้งให้ยืนอยู่เบื้องหลังเกาหัวตนเองด้วยความงง


"อะไรของเค้าวะเนี่ย"

 

 

จุดหมายที่ฮันกยองพาฮีชอลมาทำให้ร่างบางยิ่งแปลกใจมากขึ้นกว่าเดิมเพราะมันคือท่าเรือซ้ำยังมีเรือพร้อมสารถีจอดเทียบท่าไว้เรียบร้อยเเล้ว ฮีชอลละสายตาออกจากภาพตรงหน้าพร้อมกับถามคนข้างตัวด้วยความสงสัย


"นี่นายจะพาชั้นกลับเเล้วเหรอ"


"เปล่า ชั้นเเค่จะพานายนั่งเรือตอนกลางคืนน่ะ ไม่อยากลองบ้างหรือไง"ฮันกยองหันมาตอบยิ้มๆก่อนที่จะเดินลงไปนั่งบนเรือก่อน โดยไม่รอให้ร่างบางได้ท้วงอะไรอีก ฮีชอลยืนนิ่งอยู่สักพักแต่เมื่อร่างสูงเริ่มส่งสายตาแกมขู่บังคับมาจึงถอนหายใจออกมาเบาๆและค่อยๆเดินลงไปนั่งเคียงข้างชายหนุ่มเเต่โดยดี


"นี่ใช่มั้ยที่นายบอกว่าจะไม่บังคับชั้นน่ะ"บ่นพึมพัมเบาๆพร้อมกับหันหน้าหนีจากคนเอาแต่ใจไปมองวิวข้างทางเเทน ฮันกยองทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินคำพูดของคนที่มาด้วยกันก่อนที่จะดีดนิ้วเบาๆเป็นสัญญาณให้เรือออก


ทะเลยามค่ำคืนย่อมหนาวเย็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่การที่ได้มานั่งเรือพร้อมกับลมที่พัดผ่านมาอย่างเเรงอีกย่อมทำให้คนที่ไร้ภูมิต้านทางอย่างฮีชอลตัวสั่นได้ไม่ยาก จากที่ปากดีว่าไม่หนาวๆกลับตัวสั่นงกๆราวกับลูกหมาตกน้ำ ร้อนถึงฮันกยองที่ต้องถามออกมาด้วยความเป็นห่วง


"เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ ไหนบอกว่าไม่หนาวไง"


"นั่นมันก่อนที่ชั้นจะรู้ว่านายจะพามานั่งเรือวิบากนี่"ฮีชอลแหวกลับเสียงสั่นปากสั่นไปหมด มือเรียวกอดเข้าที่อกแน่นพร้อมกับขดตัวซุกใบหน้าหวานลงกับอ้อมแขนตนเอง


"เฮ้อ ชั้นจะไปรู้มั้ยเนี่ยว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้"ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวๆก่อนที่จะเอื้อมมือไปโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ ฮีชอลที่อยู่ๆก็ตกไปอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือเรียวขยับเล็กน้อยหวังจะผลักเเขนของฮันกยองออก แต่เมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆข้างหูก็ตัวเเข็งทื่อยินยอมให้กอดแต่โดยดี


"อยู่นิ่งๆนะคนดี อยู่แบบนี้แหละจะได้ไม่หนาว"


"อะ..อืม"


จากที่ตอนแรกต่อล้อต่อเถียงกันไม่หยุด แต่เมื่อมีบรรยากาศเงียบสงบกับอ้อมกอดอุ่นๆมาเยือนเข้าหน่อยปากบางก็แทบไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆออกมาได้อีกเพราะในใจลึกๆก็รู้สึกดีไม่น้อยที่ฮันกยองเริ่มเอาใจใส่ตนมากขึ้นกว่าเเต่ก่อน ครั้นจะด่าก็กลัวว่าจะทำให้บรรยากาศดีๆที่เริ่มก่อตัวหายไปจึงทำได้เพียงซุกหน้าลงกับเเขนของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆเท่านั้น


"ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือไง"เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับคลายอ้อมแขนออก ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อของคนถามก่อนที่จะส่ายหน้าน้อยๆและตอบเบาๆ


"ไม่รู้จะพูดอะไรอะ"ดวงตาคู่โตหรี่ลงเล็กน้อยราวกับคนที่เพลียมาทั้งวันเเละต้องการนอนพัก ฮีชอลเอนกายลงซบกับแผงอกกว้างของชายหนุ่มด้วยความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมที่ทำมาทั้งวันซึ่งฮันกยองก็ไม่ได้ว่าอะไร ร่างสูงทำเพียงเเค่นั่งนิงๆเป็นที่พักพิงให้กับฮีชอลอย่างเงียบๆเพราะเขารู้ตัวดีว่าตนเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างบางเหนื่อยล้าได้ถึงขนาดนี้


ลมที่พัดเข้ามาเริ่มเเรงขึ้นเรื่อยๆจนฮันกยองนึกหวั่นว่าอาจทำให้เรือล่มได้ ชายหนุ่มหันไปสั่งให้คนขับวกเรือกลับก่อนที่จะก้มหน้ามองชายหน้าหวานที่ตอนนี้เข้าสู่นิทราเเล้ว ร่างสูงเผลอยิ้มออกมาบางๆเมื่อไล่มองตั้งเเต่ดวงหน้าหวานไปจนถึงเรือนร่างบอบบางที่ต้องสายลมและแสงจันทร์ยามค่ำคืน
ทำไมนายถึงสวยแบบนี้นะ..คิมฮีชอล..


"ฮีชอล.."เสียงทุ้มร้องเรียกพร้อมสั่นที่เเขนเรียวเบาๆเมื่อเรือกลับมาจอดเทียบท่าเรียบร้อยเเล้ว แต่ร่างที่หลับตาอยู่ในอ้อมกอดของเขายังคงแน่นิ่งและหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเช่นเดิม ฮันกยองพยายามร้องเรียกอยู่สักพักแต่เมื่อไม่มีปฎิกิริยาตอบรับจากร่างเล็กจึงทำได้แค่ถอนหายใจออกมาอีกครั้งในรอบวันเเละช้อนร่างบางขึ้นอุ้มเเละเดินลงจากเรือไป


มาเฟียหนุ่มรีบเร่งฝีเท้ากลับไปยังบ้านพักพร้อมกับวางร่างบอบบางที่หลับสนิทลงกับเตียงนุ่มอย่างเบามือ ดวงหน้าหวานยามหลับช่างสวยยามไร้ซึ่งความดื้อรั้นอย่างตอนที่กำลังตื่น มือเรียวลูบไล้ที่ผิวเนียนด้วยความหลงใหลสายตาคู่คมมองไปทั่วเรือนร่างเพรียวบางราวกับต้องมนต์ แต่เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นปะทะกับโสตการได้ยินจึงหลุดจากภวังค์ก่อนที่จะส่ายหัวน้อยๆไล่ความคิดฟุ้งซ่านให้หายไป


สองขาก้าวยาวๆไปที่ประตูก่อนที่จะเปิดมันออกอย่างเเรงและก็นึกอยากจะตบหัวตัวเองสักล้านรอบที่ไม่ดูให้ดีๆเสียก่อนว่าคนที่ถือวิสาสะมารบกวนผู้อื่นในยามค่ำคืนเช่นนี้คือใคร


"มาทำไม"น้ำเสียงห้วนๆถูกส่งไปทำให้ดงแฮหน้าซีดเล็กน้อย แต่เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าหากมาทักในยามนี้จะเจออะไรจึงยังยิ้มสู้กลับไปและเเสร้งทำเสียงหวานได้อยู่

 
"ชั้นอยากคุยกับนาย.."


"ชั้นไม่มีอะไรจะคุยกับนาย"มือเรียวที่ยังคงจับที่ลูกบิดอยู่ตั้งท่าจะดันประตูปิด แต่ร่างบางกลับดันตัวเอาไว้เสียก่อน ดงแฮมองอดีตคนรักด้วยความปวดร้าว ฮันกยองเบนหน้าหนีตาคู่ที่เต็มไปด้วยน้ำสีใสของร่างบางตรงหน้า ไม่อยากเห็นหน้าของดงแฮอีกไม่ว่าจะเป็นในตอนไหนก็ตาม ความรู้สึกรักและห่วงใยเขาได้ทิ้งมันไปตั้งเเต่ฮีชอลเข้ามาในชีวิตแล้วเสียด้วยซ้ำ ฮันกยองเพิ่งรู้ใจตัวเองเมื่อครู่นี้เองว่าเขารักฮีชอลเข้าเสียเเล้ว และจะไม่มีวันปล่อยชายหนุ่มหน้าหวานที่นอนอยู่บนเตียงไปอย่างแน่นอน ถึงเเม้จะยังตัดใจทำอะไรดงแฮไม่ลงแต่ที่เป็นแบบนั้นไม่ใช่เพราะยังรักหากแต่ยังนึกถึงความทรงจำดีๆที่เคยมีร่วมกัน หากจะทำลายมันด้วยคำว่า ฆ่า ก็คงจะเกินไป


"แต่ชั้นมี"ดงแฮเริ่มพูดเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับดันประตูให้เปิดออกอีกครั้ง เจ้าของห้องพยายามดันประตูกลับไปเพื่อปิดแต่เมื่อทำเเบบนั้นก็ถูกกระเเทกกลับมาด้วยเเรงของอีกฝ่ายตามเดิม ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับจ้องหน้าหวานๆของดงแฮด้วยความหงุดหงิด


"มีอะไรก็ว่ามา"ดงแฮยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดจนจบประโยค ดวงหน้าที่หมองอยู่เมื่อครู่เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย ตาคู่สวยเเอบชำเลืองมองไปที่เตียงด้านในห้องและเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างที่นอนหลับอยู่บนนั้นก็ยิ้มออกมาบางๆ
แผนการใกล้จะสำเร็จเเล้วสินะ..


"ชั้นอยากขอร้องนาย"


"ขอร้อง..ขอร้องอะไร"ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนที่จะถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวน


"ปล่อยฮีชอลไป"คำพูดสั้นๆที่ตอบกลับมาทำให้มาเฟียหนุ่มตัวชาไปพักหนึ่ง ฮันกยองกัดฟันเเน่น ไม่นึกว่าดงแฮจะพูดออกมาเเบบนี้ ไม่รู้ว่าร่างเล็กตรงหน้าไปรู้อะไรมาถึงได้กล้าสั่งเขาเเบบนี้ได้


"ทำไมชั้นต้องทำด้วย"ฮันกยองถามเสียงห้วน ใบหน้าหล่อบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด มือที่เมื่อครู่ใช้ค้ำประตูเปลี่ยนตำแหน่งเป็นกอดรอบเอวตนเองไว้เเทนเพื่อรอคำตอบจากอีกฝ่าย


"นายไม่ได้รักเขาจริงๆหรอก ปล่อยฮีชอลไปหาคนที่รักเขาจริงๆดีกว่า"ดงแฮให้เหตุผลเข้าช่วยแต่ดูเหมือนว่าฮันกยองจะไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น ใบหน้าหล่อทั้งบึ้งตึงเเละดูอารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเจอคำพูดที่ออกไปทางสบประมาทจากปากเรียว


"นายจะไปรู้อะไรดงแฮ คนที่หายหัวไปที่ไหนก็ไม่รู้ตั้งสองปีจะมารู้อะไร!!"ร่างสูงตวาดลั่นพร้อมกับผลักอกคนตรงหน้าเต็มแรงส่งผลให้ดงแฮเซไปด้านหลังเพราะเเรงกระทำที่มากกว่าตนนัก ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาชั่วครู่ก่อนที่จะฝืนยิ้มออกมาและแสร้งแค่นหัวเราะใส่มาเฟียที่ยืนหน้าโหดอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวเพราะถึงฮันกยองจะรักหรือรู้สึกดีกับฮีชอลมากแค่ไหนแต่การที่ชายหนุ่มยังเก็บเสื้อผ้าของเขาเอาไว้มันก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าเขายังตัดใจจากดงแฮไม่ขาด


"นายจะไปรู้อะไรล่ะเกิง นายไม่รู้หรอกว่าชั้นเจออะไรมาบ้าง นายไม่เคยถามเหตุผลว่าทำไมชั้นถึงทำแบบนั้น นายไม่เคยเห็นเลยว่าชั้นกังวลเรื่องอะไรตลอดเวลาที่เราคบกันเลย แล้วตอนนี้นายจะมาไล่ชั้นเหมือนหมูเหมือนหมาไม่ได้นะ"ร่างบางตวาดกลับบ้างพร้อมก้าวยาวๆกลับไปยืนที่เดิม มือเรียวคว้าเข้าที่เสื้อเชิ้ตเนื้อดีของชายหนุ่มเเละดึงมันอย่างเเรงพร้อมจ้องใบหน้าหล่อและพูดต่อ

"ถามใจตัวเองเถอะว่าต้องการใครกันเเน่ ชั้น..หรือฮีชอล"


"....."
ฮันกยองยืนนิ่งพร้อมก้มลงมองมือเล็กๆที่เกาะเสื้อของตนอยู่ด้วยความหงุดหงิดใจที่ไล่ยังไงดงแฮก็ยังหน้าด้านยืนอยู่แถมยังพูดจายียวนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชาหยนุ่มเม้มปากแน่นก่อนที่จะตอบเสียงเข้ม

"ชั้นเลือกฮีชอล"


"เกิง.."


"ชั้นเลือกฮีชอลทุกกรณีถึงเเม้อีกชื่อที่นายจะเอามาให้เลือกคือใครชั้นก็จะเลือกคิมฮีชอล พอใจหรือยัง!!"ฮันกยองพูดตอกกลับไปเสียงดังฟังชัด ตาคู่คมมองดงแฮอย่างเหยียดหยามและดูถูกพร้อมแค่นยิ้มส่งให้เป็นของแถม


"ถ้านายอยากได้ผู้ชายนักก็ไปหาคนอื่นเถอะ ชั้นมันสูงเกินไป เกินกว่าที่คนอย่างนายจะมายุ่งเกี่ยวด้วย อีดงแฮ"


"เกิง!!"ดงแฮจวาดลั่นด้วยความโมโห ไม่นึกว่าคำพูดร้ายๆเช่นนี้จะออกมาจากปากของอดีตคนรักที่เคยรักเขาจนหมดหัวใจ มือเรียวยิ่งออกแรงดึงที่เสื้อของอีกฝ่ายด้วยความโกรธซึ่งฮันกยองก็ทำเพียงส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นต่อ


"คนชื่อหานเกิงตายไปตั้งนานเเล้วดงแฮ อย่าเรียกชื่อนั้นอีก"


..ปึง..


ขาเรียวเตะเข้าที่ประตูเต็มแรงด้วยความหัวเสียทันทีที่ละมือออกจากเสื้อของชายหนุ่มเรียบร้อยเเล้ว ฮันกยองส่ายหน้าในความหัวดื้อของดงแฮก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆ


"จะรั้นไปถึงไหน ระบายกับประตูไปก็ไร้ประโยชน์น่า"


"เเล้วนายจะเสียใจ"ดงแฮพูดออกมาเสียงเเผ่วราวกับจะให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น ริมฝีปากสีหวานยกยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนคิดไว้กำลังจะเป็นจริงเเล้ว มือเรียวคว้าเข้าที่ต้นคอของอีกฝ่ายโดยที่ร่างสูงไม่ทันได้ตั้งตัวปากของทั้งคู่ก็แนบสนิทกันทันที


"อืมม"ฮันกยองครางออกมาในลำคอเบาๆพร้อมกับตอบรับลิ้นเล็กๆที่สอดใส่เข้ามาภายในโพรงปากอย่างลืมตัวเพราะสัมผัสจากดงแฮที่เขาเคยได้ทำมันอยู่ทุกวันในตอนนี้เมื่อได้มาเจออีกครั้งก็ย่อมเผลอไผลไปตามธรรมดา มือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบที่กลุ่มผมนุ่มของฮันกยองพร้อมกดใบหน้าหล่อให้เเนบชิดกับตนมากขึ้นพร้อมเอียงหน้าเล็กน้อยให้ตาคู่สวยได้เห็นพยายามรู้เห็นในเหตุการณ์อีกคนที่นั่งทำตาโตอยู่บนเตียง


ฮีชอลมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขาเริ่มรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงคนตวาดใส่กันเเต่ก็ไม่ได้สนใจมากนักแต่เมื่อได้ยินเสียงคนเตะประตูอีกครั้งก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะความอยากรู้อยากเห็น และทันทีที่ลืมตาภาพของฮันกยองและดงแฮที่ยืนบดเบียดเเนบชิดพร้อมแลกจูบกันด้วยความเร่าร้อนก็ปรากฏสู่สายตา น้ำตาเริ่มไหลคลอเต็มหน่วยเมื่อเห็นว่าร่างสูงไม่ยอมละห่างจากดงแฮเสียที ยิ่งเห็นลิ้นของทั้งคู่ที่แลกเปลี่ยนความหวานกันเเล้วก็ยิ่งเจ็บ
ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจถึงเจ็บได้ถึงขนาดนี้..


ดงแฮรู้..รู้ว่าฮีชอลรักฮันกยอง ตั้งเเต่ครั้งเเรกที่ได้เห็นฮีชอลกับฮันกยองอยู่ด้วยกันเขาก็สามารถสังเกตความรู้สึกของคนทั้งสองได้จากสายตา บางทีเหตุผลที่ฮีชอลยังคงอยู่กับฮันกยองอาจไม่ใช่เพราะหนีไม่ได้แต่เป็นเพราะไม่ต้องการหนีต่างหาก ตั้งเเต่การขึ้นเสียง ตวาดใส่ และการเตะประตูนั้นเป็นเพียงละครตบตาฮันกยองเท่านั้นเอง เป้าหมายที่เเท้จริงคือฮีชอลต่างหาก
เพราะหากดงแฮทำเสียงดังมากเท่าไหร่โอกาสที่ฮีชอลจะตื่นมาเห็นฉากนี้ก็จะมากยิ่งขึ้น..


ริมฝีปากของทั้งคู่ผละออกจากกันเมื่อดงแฮทุบเบาๆที่อกกว้าง ฮันกยองรีบเช็ดปากตัวเองทันทีเมื่อรู้สึกตัวว่าคนตรงหน้าคือใคร สายตาของมาเฟียหนุ่มมองไปที่ร่างบางของอดีตคนรักด้วยความเหยียดหยามแต่ก่อนที่จะได้พูดว่าอะไรออกมาดงแฮก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียก่อน


"นายแพ้เเล้ว"


"อะไรของนาย"ฮันกยองหลิ่วตาถามด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นดงแฮมองไปที่เตียงก็หันหลังกลับไปมองบ้างและก็ต้องยืนตาค้างตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจเมื่อเห็นฮีชอลนั่งนิ่งพร้อมจ้องมาที่ตนกับดงแฮด้วยความปวดร้าว


"ฮีชอล.."


"ไม่ต้องมาเรียกชื่อชั้น"ฮีชอลตะคอกกลับเสียงสั่นพร้อมลุกขึ้นจากเตียงเเละเดินมาหยุดยืนตรงหน้าฮันกยองและพูดต่อ"นายว่าแต่ชั้นชอบผิดคำพูด แต่ตัวนายนั่นแหละที่ไม่รักษาสัญญา"


"ฮีชอล.."ฮันกยองเรียกชื่อร่างบางตรงหน้าอีกครั้ง ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำนี้จริงๆ คำนับร้อยนับพันคำตีกันอยู่ในหัวให้มั่วไปหมดไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูดให้ฮีชอลใจเย็นลงได้


"ฮันกยอง..นายเห็นชั้นเป็นอะไรกันเเน่ ทุกวันนี้ชั้นก็ยังเป็นแค่เครื่องสนองตัณหาของนายเท่านั้นใช่มั้ย"น้ำสีใสเริ่มไหลออกจากตาคู่กลมด้วยความน้อยใจ แต่คนนอกเช่นดงแฮที่มารับรู้การสนทนานี้ด้วยกลับนิ่งอึ้งด้วยความตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ว่าคุณหนูสุดที่รักของซีวอนเป็นอะไรกับฮันกยอง
อย่าให้ซีวอนได้รู้เลยเชียว..ฮันกยองไม่ได้ตายดีแน่..


"ที่ชั้นพานายมาที่นี่ ที่ชั้นพูด แสดงออกกับนายตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ นายยังไม่รู้อีกหรือไงว่าชั้นรู้สึกยังไงกับนายน่ะ ฮีชอล"


"แล้วเมื่อกี้นายกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ"เมื่อเจอตอกกลับเช่นนี้ก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป เมื่อครู่มันเป็นเพียงความพลั้งเผลอชั่วครู่เท่านั้นเเละเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับดงเเฮอีกแล้วทำไมฮีชอลไม่คิดจะเชื่อใจกันบ้าง


"ชั้นจะไป"ร่างเล็กตวาดลั่นพร้อมกับเดินผ่านร่างของฮันกยองและดงแฮไปที่ประตู แต่ก่อนที่มือจะได้สัมผัสลูกบิดก็ถูกดึงมือเอาไว้เสียก่อน


"ชั้นไม่ให้นายไปไหนทั้งนั้น"


"นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งชั้น!"ฮีชอลพูดเสียงเข้มก่อนที่จะสะบัดแขนออกสุดแรงทั้งๆที่รู้ว่าถึงยังไงก็คงไม่สามารถหลุดออกจากการจับกุมของร่างสูงได้ก็ตาม


"ทำไมชั้นจะไม่มีสิทธิ์"ชายหนุ่มพูดเสียงเครียดพร้อมยื่หน้าเข้าไปใกล้เเละพูดขึ้นราวกับจะตอกย้ำ"ชั้นเป็นเจ้าของนายทั้งร่างกายและหัวใจ"


"หัวใจของชั้นไม่ได้เป็นของนาย และร่างกายของชั้นมันก็เป็นของชั้นอยู่ดี นายไม่มีสิทธิ์"ฮีชอลกัดฟันตอบพร้อมมองใบหน้าหล่อด้วยความเกลียดชัง รู้สึกเกลียดตัวเองที่ยอมให้กับฮันกยองมากเกินไปจนสุดท้ายต้องเป็นตัวเองที่มานั่งเสียใจเเบบนี้


"ชั้นไม่ให้นายไปไหนทั้งนั้น"ชายหนุ่มพูดย้ำคำเดิมสายตาทั้งคู่จ้องไปที่ใบหน้าสวยอย่างท้าทาย ฮีชอลอ้าปากตั้งท่าจะด่าแต่เมื่อนึกหาทางหนีทีไล่ได้ก็เปลี่ยนจากทำหน้าตึงมาเป็นส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายเเทน


ฮันกยองมองอาการที่เปลี่ยนไปของฮีชอลแล้วก็อดที่จะเเปลกใจไม่ได้แต่ไม่พูดอะไรออกไปทั้งนั้น และก็รู้ได้ในเวลาต่อมาว่าฮีชอลยิ้มเพราะอะไร


ร่างบางกระทืบเท้าลงไปบนเท้าของฮันกยองอย่างเเรงจน ร่างสูงสบถอกมาด้วยความเจ็บจนเผลอคลายมือที่จับฮีชอลออก ร่างบางสะบัดแขนอย่างเเรงอีกครั้งจนหลุดจากการจับกุมของฮันกยองเป็นที่สำเร็จจึงรีบบิดประตูให้เปิดออกและวิ่งออกไปทันที


"เฮ้ย ฮีชอล"ฮันกยองร้องลั่นสองขาก้าวยาวๆเตรียมวิ่งตามไปแต่เพราะนึกได้ว่ายังมีอีกคนหนึ่งอยู่ในห้องก็จำต้องหันมาประจันหน้ากับดงแฮอีกครั้ง


"นายจะทำแบบนี้ทำไมดงแฮ ทำแบบนี้ทำไม!!"ฮันกยองตวาดออกมาอีกครั้งในรอบวันด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครเท่านี้มาก่อน และเพราะสีหน้าของฮันกยองในตอนนี้ช่างดูน่ากลัวร่างบางจึงอดที่จะกลัวขึ้นมาไม่ได้


"..."


"แล้วเราจะเห็นดีกัน"ฮันกยองตะคอกใส่อีกครั้งก่อนที่จะตะโกนเรียกชื่อของลูกน้องคนสนิท และทันทีที่เอ่ยเรียกคิบอมก็เดินออกมาจากมุมหนึ่งด้านนอกแทบจะในทันทีซึ่งการปรากฏตัวของชายหนุ่มทำให้ดงแฮหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
อย่าบอกนะว่าคิบอมแอบดูจากตรงนั้นตั้งเเต่เเรก?


"คิบอม.."ดงแฮครางเรียกชื่อของชายหนุ่มเสียงแผ่ว สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าเรียบเฉยของคิบอม บอดี้การ์ดหนุ่มเดินเข้ามาในห้องโดยไม่คิดแม้แต่จะเเลดงแฮเเม้เเต่น้อย


"ครับ เจ้านาย"


"เห็นแล้วใช่มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น"ฮันกยองถามเสียงเข้มซึ่งลูกน้องหนุ่มก็พยักหน้ารับช้าๆ


"รู้ใช่มั้ยว่าต้องทำยังไง"


"ครับ"


"ดี ชั้นจะปล่อยให้นายจัดการ"ชายหนุ่มแค่นยิ้มส่งให้ร่างบางก่อนที่จะวิ่งตามฮีชอลออกไป ทั้งห้องมีเเต่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงหายใจเข้าออกของคนทั้งสองเท่านั้น คิบอมค่อยๆหันมามองดงแฮพร้อมถามเสียงเรียบ


"นายทำแบบนี้ทำไม"


"ชะ..ชั้น"

"นี่เหรอที่นายอยากจะพูด อยากจะปรับความเข้าใจกับฮันกยองงั้นเหรอ? ชั้นไม่น่าโง่เลย ไม่น่าเป็นไอ้โง่ให้นายหลอกถึงสองครั้ง"คิบอมเอ่ยเสียงเข้มพร้อมเดินเข้ามาประชิดร่างบอบบางที่ยืนตัวสั่น

ดงแฮก้าวถอยหลังหนีชายหนุ่มด้วยความกลัว ใบหน้ายามโกรธของคิบอมทำร้ายจิตใจเขาได้มากกว่าคำด่าทอเป็นสิบๆคำของฮันกยอง ร่างบางนึกอยากย้อนเวลากลับไปนัก เขาจะไม่ทำแบบนี้ จะไม่ทำให้คิบอมต้องมีสีหน้าเเบบนี้


"ชั้นตามนายมาตลอดเพราะอยากดูให้เห็นกับตาว่านายจะทำตามที่พูดไว้กับชั้น แต่มันก็ไม่ใช่"


"คิบอม
.."


"นายเปลี่ยนไปมากนะ..อีดงแฮ"สายตาเย็นชาที่ถูกส่งมาทำให้ดงแฮอยากจะหนีไปจากห้องนี้ ดวงหน้าหวานฉายเเววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อแผ่นหลังบางสัมผัสกับกำแพงก็ยิ่งกลัวมากขึ้น คิบอมย่างสุขุมมาใกล้ๆขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดร่างของทั้งสองก็ประชิดกัน


"เมื่อก่อนคงนอนกับคุณฮันกยองบ่อยแล้วใช่มั้ย ลองของใหม่ๆดูหน่อยจะเป็นยังไงหืม.."ตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจกับคำพูดของคิบอม มือเล็กตั้งท่าจะตีแต่ก็ถูกสกัดไว้ด้วยมือของอีกฝ่ายเสียก่อน พอจะเอนตัวหนีมือหนาก็ล็อคเข้าที่เอวเล็กทำให้ขยับไปไหนไม่ได้ทำให้ในตอนนี้ดงแฮไม่มีทางหนีคิมคิบอมได้อย่างเเน่นอน


"ปล่อยชั้นนะคิบอม"ดงแฮร้องลั่นพร้อมสะบัดตัวไปมา แต่คิบอมในเวลานี้ดูเหมือนจะโกรธจนลืมทุกสิ่งไปเสียเเล้ว และดงแฮก็รู้ตัวว่าจะยกคำพูดอะไรขึ้นมาชายหนุ่มก็คงไม่ฟัง


"จะดิ้นทำไมล่ะ จะเล่นตัวไปถึงไหน"เมื่อพูดจบก็ส่งมือเข้าไปภายใต้สาบเสื้อตัวบางของดงแฮทันที ใบหน้าหล่อซุกไซร้ที่ซอกคอขาวอย่างที่ตนอยากทำมานานแต่พยายามข่มใจเอาไว้
ในวันนี้มันจะได้รับการปลดปล่อยเสียที


"อะ..อาา ปล่อยนะ"คำร้องขอของดงแฮแทบจะไม่เกิดผลใดๆเลยในเวลานี้ ร่างสูงเริ่มดูดหนักๆที่ซอกคอขาวเพื่อสร้างร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้ ก่อนที่จะไล่จูบลงมาจนถึงกระดูกไหปลาร้า 


 "คิ..บอม


  "อาา..หวานจริงๆ ถึงว่าเมื่อก่อนเจ้านายถึงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้นาย"คิบอมเอ่ยเบาๆพร้อมมองร่างกายของดงแฮด้วยความต้องการ มือหนาคว้าเข้าที่ชายเสื้อด้านล่างก่อนที่จะถกมันขึ้นไปพร้อมชูแขนของดงแฮขึ้นด้านบนและมัดมันด้วยเสื้อที่เพิ่งถอดเพื่อป้องกันการหนี 


 ร่างบางพยายามแก้มัดที่มือด้วยตนเองแต่เมื่อสะบัดมือเเรงๆจนเริ่มล้าก็รู้ตัวว่าคงไม่สามารถรอดพ้นจากพันธนาการนี้ไปได้ และเมื่อลิ้นร้อนของคิบอมลากวนไปรอบๆติ่งไตสีชมพูอ่อนที่แผ่นอกบางก็ร้องครางออกมาเสียงสั่น 


 "อะ..อาา จะ..ทำ อะไรน่ะ.." 


  "อย่าทำเป็นใสซื่อไปหน่อยเลยน่า"คิบอมเริ่มดูดหนักๆที่ยอดอกสีชมพูอ่อนด้วยความโหยหาก่อนที่จะเลื่อนตัวขึ้นไปจูบที่ริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนเริ่มแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กๆอย่างช้าๆซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี ลิ้นร้อนพันพัวกันภายในอย่างไม่มีใครยอมใครจนสุดท้ายคิบอมต้องเป็นฝ่ายผละออกมาเองเพราะกลัวว่าดงแฮจะกลั้นหายใจไม่ไหว 


  "ร่านจริงนะ ยอมกันง่ายๆแบบนี้น่ะ"เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มเหยียดหยามไปให้ซึ่งดงแฮทำได้แค่ปรือตามองเท่านั้นเพราะในตอนนี้เขาอ่อนเเรงเหลือเกิน ขาที่ยืนอยู่ทั้งสองข้างแทบจะพยุงร่างเอาไว้ไม่ไหวคอยแต่จะทรุดลงอย่างนั้น เขาไม่อยากนอนกับใครง่ายๆแต่หากในตอนนี้เขาต้องโดนคิบอมทำอะไรต่อมิอะไรอยู่แล้วจะดีกว่าไหมหากเขาจะยอมรับสภาพและตอบรับชายหนุ่มกลับไปเพราะยังไงเสียดงแฮก็รักคิบอมอยู่แล้ว.. 


  "อะ..อึก


 มือหนาเลื่อนลงไปถอดกางเกงขาสั้นของดงแฮออกก่อนที่จะอุ้มร่างเล็กขึ้น สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้เตียงใหญ่ก่อนที่จะโยนทั้งร่างลงไปบนเตียงนุ่มนั้น ไม่สนใจใยดีเเม้เเต่น้อยว่าดงแฮจะเจ็บหรือไม่ เพราะตอนนี้เขาต้องการให้ดงแฮเจ็บปวดที่สุด และจำวันนี้ไปจนวันตาย 


 "โอ๊ย"เสียงหวานร้องขึ้นด้วยความเจ็บ แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาเย็นชาของคิบอมเเล้วก็แทบจะร้องอะไรไม่ออกอีก 


 ร่างสูงถอดเสื้อผ้าตนเองออกอย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียงกางเกงชั้นในเพียงตัวเดียวก่อนที่จะค่อยๆคลานขึ้นไปบนเตียงเเละนอนทาบทับร่างเล็กเอาไว้ ชานหนุ่มจัดการปลดปราการชิ้นสุดท้ายของดงแฮออกและเมื่อเห็นมันเต็มสองตาก็ยิ้มออกมาบางๆ 


  "มะ..มองอะไรน่ะ"ดงแฮร้องถามด้วยความอาย อยากจะหนีไปเสียไกลๆแต่เมื่อโดนถึงขนาดเเล้วก็คงหนีไม่พ้น คิบอมหุบยิ้มทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรใจอ่อนให้บดงแฮ มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสเบาๆที่ส่วนอ่อนไหวของร่างบางและเริ่มรูกรั้งมันขึ้นลงเป็นจังหวะ 


 "อะ..อ๊าาา"ดงแฮครางลั่นด้วยความเสียว สัมผัสที่เขาได้รับในวันนี้ช่างแปลกใหม่และสร้างความสุขให้ไม่น้อย คิบอมเลื่อนมือขึ้นลงเพียงไม่กี่ครั้งเมื่อส่วนสำคัญเริ่มสู้มือก็ละมือออกและแสยะยิ้มส่งให้ 


  "คิดว่าจะได้บริการอะไรจากชั้นหรือไง


 "อะ..อึก"ร่างบางกัดฟันเเน่นเมื่อความต้องการเริ่มปะทุขึ้นมาจนเสียวไปหมด แต่อีกคนกลับไม่สานต่อให้มันจบ คิบอมมองใบหน้าหวานที่บ่งบอกถึงความอึดอัดแล้วก็ส่งยิ้มเย็นๆให้ก่อนที่จะเอ่ยต่อ 


 "อยากนักก็ทำเองเป็นไง"ไม่พูดเปล่าแต่ยื่นมือออกไปจับมือเรียวเล็กออกจากพันธนาการและเลื่อนมากอบกุมที่ส่วนสำคัญของเจ้าตัวเสียเองเเละจัดการสอนวิธีสำเร็จความใคร่ให้เสียเสร็จสรรพ ดงแฮมองมือตัวเองที่ถูกคิบอมจับเอาไว้อย่าอับอายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะการที่ทำแบบนี้คงเป็นทางเดียวที่จะช่วยปลดปล่อยความอึกอัดที่มากมายขนาดนี้ได้ 


 "อะ..อาาา"เมื่อมือเล็กเริ่มขยับแกนกายตนเองหนักและไวขึ้น คิบอมก็ปล่อยมือที่กุมมือนั้นอีกทีออกเพื่อมาถอดกางเกงชั้นในของตนเองก่อนที่จะโยนมันทิ้งไปข้างเตียง 


 ดงแฮเงยหน้าขึ้นมองแกนกายที่ชูชันเพราะเเรงอารมณ์ของคนด้านบนเเล้วก็หน้าซีดเผือดเพราะขนาดของมันใหญ่กว่าที่คิดมาก มากจนเขาไม่คิดว่าทั้งหมดนั่นจะสามารถเข้ามาภายในตัวของเขาได้ 


  ร่างบางหยุดการเคลื่อนไหวนิ้วมือเมื่อน้ำสีขุ่นไหลพุ่งออกมา ร่างทั้งร่างเหนื่อยหอบและสั่นเพราะความเหนื่อย แต่พักได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือของคิบอมเริ่มไล้วนไปที่ช่องทางสีสดด้านหลัง ร่างสูงส่งลิ้นเข้าไปชิมภายในช่องทางรักก่อนที่จะออกแรงหนักๆด้านในหลุมเล็กนั้นทำให้ดงแฮกรีดร้องอกมาด้วยความเสียวที่มากเกินจะห้ามไหว 


 "อ๊าาาาาาาาาาา..มัน..อ๊า..คิ..บอม


  "อาา.."คิบอมร้องครางในลำคอก่อนที่จะถอนลิ้นออกมาและจัดการฝังแกนกายของตนเองเข้าไปแทนที่อย่างรวดเร็วทำให้เจ้าของร่างที่โดนรุกล้ำสะดุ้งตัวโยนและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

 
 
"อ๊าาา คิบอม มันเจ็บ อะ..เอาออกไปนะ อ๊าาาาาาา"ร่างเล็กดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวดและเกร็งไปทั้งตัว คิบอมมองภาพนั้นเเล้วตะคอกกลับเสียงห้วน
 


  "อา..นายเกร็งมันก็เจ็บสิ อย่าเกร็ง


  "อะ..อาา"ดงแฮครางออกมาเบาๆพร้อมร่างกายที่เริ่มผ่อนคลายลงเรื่อยๆ และเมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่คิบอมก็เริ่มกระเเทกร่างเข้าไปด้านในจนสุดในคราวเดียว 


 
"อะ
.." 


  "อาาา..นายรัดชั้นมากเกินไปแล้วนะ..ดงแฮ"คิบอมเอ่ยออกมาราวกับจะตำหนิแต่ใบหน้ากลับสุขสมกับแรงตอดรัดภายในที่บีบรัดส่วนสำคัญของเขาเป็นจังหวะ ส่วนเเข็งขืนถูกบังคับให้กระเเทกกระทั้นเข้าไปภายในเรื่อยๆ ก่อนที่จะหมุนควงภายในเพื่อเเตะจุดกระสันของร่างบาง 


 "อ๊าาา ตระ..ตรงนั้น


  "นี่เหรอ อาา..อย่ารัดชั้นมากนักสิ"เสียงทุ้มครางเบาๆก่อนที่จะเริ่มออกแรงกระแทกมากขึ้นสร้างความสุขสมให้คนด้านล่างไม่น้อยไปกว่ากัน 


  "เป็นไง ชั้นกับคุณฮันกยองใครเก่งกว่ากันล่ะ"ร่างสูงร้องถามเบาๆพร้อมสอดใส่เข้าไปลึกกว่าเดิม ดงแฮเด้งรับรงกระเเทกเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ น้ำตาคลอเต็มหน่วยเพราะความเจ็บปวดที่มาพร้อมๆกับความสุขสม ปากบางสั่นเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้ แต่ก็พยายามที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน 


  "ชะ ชั้น..ไม่เคย..มีอะไร..กับเกิง.."ทันทีที่สิ้นสุดคำพูด การกระทำทุกอย่างเเทบจะหยุดชะงัก คิบอมยังคงสอดใส่ต่อไปแต่ลดความเร็วลงและมองใบหน้าของคนที่ตนยังรักสุดหัวใจอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง 


 "นะ..นายว่ายังไงนะ


  "ชะ..ชั้นไม่เคยทำแบบนี้กับเกิง..อย่างมากก็แค่จูบเท่านั้นเเหละ"ดงแฮหอบสั่น แกนกายเล็กเริ่มชูชันขึ้นเเละเเข็งเกร็วเมื่อใกล้ถึงคราวปลดปล่อย คิบอมมองหน้าดงแฮก่อนที่จะถามขึ้นเบาๆด้วยความงง 


 "ชั้นไม่เข้าใจนายจริงๆดงแฮ ทำไมวันนี้นายถึงได้.." 


  "ชั้นบอกนายไม่ได้..ไม่ได้ อาาาา"เมื่อร่างเล็กเลี่ยงที่จะตอบเขาก็ไม่ถามต่อให้เสียเวลาเก็บเกี่ยวความสุขสม มือหนาเกาะกุมที่ส่วนสำคัญของดงแฮพร้อมรูดรั้งมันอรงๆเพื่อให้อีกฝ่ายปลดปล่อย ช่องทางด้านหลังก็ยังคงกระแทกเข้าไปอย่างสม่ำเสมอไม่เว่นช่วงให้พัก 


  "อ๊าาา จะไปแล้ววว"ดงแฮร้องลั่นก่อนที่น้ำรักจะไหลพุ่งออกมาจากส่วนปลายอีกครั้ง คิบอมละมือออกก่อนที่จะเร่งจังหวะที่ช่องทางด้านหลังให้มากกว่าเดิม ร่างบางที่เพิ่งปลดปล่อยไปไม่มีเเรงเหลือที่จะทำอะไรได้แต่นอนนิ่งให้อีกฝ่ายกระทได้ตามใจชอบ ร่างกายเล็กๆเคลื่อนไหวไปตามแรงกระทำของร่างสูง หากกระเเทกหนักเข้าก็เด้งรับจังหวะโดยอัตโนมัติทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ได้บังคับร่างกายให้ทำ 


  "อาาาาา"คิบอมครางเสียงต่ำก่อนที่จะปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางรักของดงแฮ แกนแกนใหญ่ยังคงคาอยู่ด้านใน ในขณะที่ร่างทั้งร่างล้มลงฟุบลงกับไหล่มมนของคนหน้าหวานอย่างอ่อนเเรง

 
 
"นายสุดยอดไปเลยดงแฮ"คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะถอนแท่งร้อนออกมาและพลิกตัวไปนอนข้างๆคนที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ดงแฮพยายามข่มตาให้หลับเพ่อหนีจากความคิดมากมายที่วิ่งงวนไปมาภายในหัว
 


 เขาไม่ได้ต้องการทำแบบนี้เเต่เขาจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอด..เขาไม่ต้องการให้ใครผิดใจกัน ไม่อยากให้คิบอมเกลียดเขา แต่ที่ต้องทำก็เพราะความจำเป็น
  ความจำเป็นที่บอกใครไม่ได้..


"ถ้าชั้นตื่นมาเเล้วนายต้องเล่าทุกเรื่องให้ชั้นฟังนะ"เสียงทุ้มดังขึ้นทั้งๆที่ดงแฮคาดว่าเขาน่าจะหลับไปแล้ว ร่างบางนอนนิ่งไม่ยอมตอบรับอะไรทั้งนั้นหวังให้อีกคนคิดว่าเขาหลับไปแล้ว


"ยังไงชั้นก็ไม่เชื่อว่านายจะทำอะไรลงไปอย่างไม่มีเหตุผล"คิบอมพูดเสียงแผ่วราวกับต้องการเตือนตนเองเสียมากกว่า"เพราะถึงนายจะหายไปกี่ปีนายก็ยังเป็นอีดงแฮอยู่ดี.."


ความเงียบมาเยือนห้องนอนหรูอีกครั้ง คิบอมไม่สนใจว่าห้องนี้เป็นห้องพักของเจ้านายเพราะเขารู้อยู่เเล้วว่าหากฮันกยองเจอตัวฮีชอลคงจะลากกลับไปที่คฤหาสถ์อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครเพราะที่นี่ ตอนนี้มีเพียงเขาเเละดงแฮเท่านั้น


ดงแฮลืมตาขึ้นในความมืดมิดเมื่อคิบอมเอื้อมมือไปกดปิดไฟ ห้องที่มืดสนิทในยามกลางคืนช่วยปกปิดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของร่างบางได้เป็นอย่างดี ความผิดชอบชั่วดีตีกันอยู่ในหัวไม่หยุด เขาอยากจะเล่าทุกเรื่องให้คิบอมฟังเเต่ในใจส่วนลึกก็ขัดขวางเอาไว้เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนคนนั้นว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครคนอื่นฟังเด็ดขาด แต่เมื่อคำพูดเมื่อครู่ของคิบอมย้อนกลับเข้ามาในสมองมันก็เรียกความมั่นใจให้กับดงแฮได้อีกครั้ง..


หากการที่เขาจะเปิดใจเล่าเรื่องที่ผ่านมาให้ใครสักคนฟังคนคนนั้นคงต้องเป็นคิบอม..


ถึงเเม้ในวันนี้จะเต็มไปด้วยความโหดร้าย แต่การที่ทั้งเขาเเละคิบอมได้เป็นหนึ่งเดียวกันเขาจะถือเสียว่ามันเป็นเรื่องดี..
อา..ชั้นรักนายนะ..คิมคิบอม

 

TBC.